ทางรอดในยุค Technology disruption คือการร่วมกันสร้างรัฐสวัสดิการ

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคของ Technology Disruption ยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ แทบจะทุกสัปดาห์และทุกเดือน สิ่งเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างมาก ในแง่ของการอำนวยความสะดวกและการทำให้โลกของเราที่เคยเล็กนั้นขยายใหญ่ขึ้น เชื่อมต่อกันมากขึ้น ในอดีตการทำธุรกรรมทางการเงินเราอาจจะต้องนั่งรถสองแถวเข้าตัวเมืองไปยังธนาคารต่อคิวรอพักใหญ่ ๆ แต่ทุกวันนี้ตามที่ทุกคนทราบและอยู่กับมัน Mobile banking ถึงแม้อยู่บนเตียงก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้แล้ว หรือการเข้ามาของ Fackebook, Youtube และอื่น ๆ ก็พากันเปลี่ยนโลกและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง พาเราไปไกลและมีทางเลือกที่มากกว่าช่องน้อยสี ช่องมากสี ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า “Technology Disruption”

มาถึงจุดนี้เราคงรู้สึกว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีต่าง ๆ มันก็ดีนะ สะดวกสบายดี แต่อีกมุมหนึ่งของมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันไม่ได้เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีที่เป็นวัตถุเท่านั้น แต่ “มันเข้ามาแทนที่กำลังแรงงานคนด้วย” โดยมีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ว่าในอนาคตอาชีพจำนวนมากจะสูญหายไปหรือลดอัตราการจ้างในตำแหน่งนั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันมันเริ่มเกิดขึ้นแล้ว เช่น พนักงานธนาคาร, พนักงานรับจ่ายเงิน (Cashier), ผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์ หรือแม้กระทั้งผู้ตัดสินกีฬาเองก็ถูกเทคโนโลยีเข้ามาแย่งงานเช่นกัน เราจะเห็นได้จากการเริ่มนำเทคโนโลยี VAR มาช่วยในการตัดสินใน FIFA กล่าวสั้น ๆ ได้ว่า “เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาแย่งงานมนุษย์เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว”

เทคโนโลยีเข้ามาแย่งงานมนุษย์ จำนวนงานน้อยลง ผู้คนตกงานมากขึ้น ซึ่งอาจจะรวมถึงตัวเราเองด้วย หรือว่าเราจะต้องต่อต้านเทคโนโลยีดี? เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะ เมื่อเทคโนโลยีถูกพัฒนา เพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์ ทุ่นแรงของมนุษย์ และยังสามารถผลิตอะไรได้มากกว่าเดิมด้วย แต่ทำไมเรายังต้องมาวิตกว่าจะไม่มีงานเพื่อเลี้ยงชีพล่ะ ก็ในเมื่อผลผลิตจากเทคโนโลยีมันเพิ่มขึ้นนะไม่ได้ลดลง มันมีอะไรแปลก ๆ นะ เอิ่ม…มนุษย์อย่างเรา ๆ ควรจะสะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไม่ใช่หรอ?

ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีมันไม่ได้น่ากลัวโดยตัวมันเองแต่อย่างใด มันถูกสร้างมาเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์ตามที่เราเข้าใจกัน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่มันอยู่เบื้องหลังความวิตกของเรานั้นมันก็ความหิวโหย กลัวการตกงาน จากการใช้งานเทคโนโลยีจากคนกลุ่มคน กลุ่มทุนเพื่อที่จะลดต้นทุนการในผลิต แน่นอนว่าทุกคนกลัวสภาวะนี้ และมันก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะเราอยู่ในสังคมทุนนิยม เป็นสังคมที่เปราะบางสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่อยากชวนทุกท่านลองจินตนาการถึงสังคมที่เราใฝ่ฝัน หากมีระบบการจัดเก็บภาษีที่ดี ภาษีอัตราก้าวหน้า เพื่อสร้างสังคมรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ลดช่องว่างทางสังคม รัฐหนุนเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น แน่นอนว่าในสังคมที่มีเทคโนโลยีก็จะเหมือนสารกระตุ้นความสะดวกสบาย ยิ่งพัฒนามาก ก็ยิ่งสบายมาก ยิ่งพัฒนามาก ก็ยิ่งสะดวกมาก จากเดิมเราทำงานกันสัปดาห์ละ 5 วัน อาจจะลดเหลือ 4 วัน หรือน้อยกว่านั้นก็เป็นได้ เพราะเรามีเทคโนโลยีเข้ามาทำสิ่งงานแทนเรา แต่มีผลผลิตที่มากขึ้น

“การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ในยุคเฟื่องฟูของเทคโนโลยี เราต้องช่วยกันสร้างความหมายของเทคโนโลยี ในฐานะเครื่องมือการสร้างรัฐสวัสดิการ เครื่องมือที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือทำลายคุณภาพชีวิตและสร้างความวิตกในมนุษย์ เพียงเพราะแค่ใครบางคนต้องการลดต้นทุนในการผลิต”
.
อ้างอิง
https://www.careeraddict.com/disappearing-jobs

Leave a Comment

Your email address will not be published.