กลุ่มแรงงานเสี่ยง (Precariat)

กลุ่มแรงงานเสี่ยง (Precariat) ผู้แบกรับความเสี่ยงในชีวิตในสังคมไร้รัฐสวัสดิการ

 

คำว่าแรงงานเสี่ยง-Precariat แม้จะถูกใช้กว้างขวางในทางนโยบายและวิชาการมากว่าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังถูกพูดน้อยในสังคมไทย ซึ่งเราอาจคุ้นกับคำว่า “แรงงานนอกระบบ” “แรงงานอิสระ” ฯลฯ แต่ก็เป็นคำที่ไม่ได้ฉายภาพ “แรงงานเสี่ยง”Precariat ที่ครอบคลุม ซึ่งหากสรุปแบบสั้นๆคือ “ชนชั้นที่แบกรับความเสี่ยงแทนชนชั้นนายทุน” ขยายได้ว่า กลุ่มคนที่ทำงานหนักไม่มีการคุ้มครอง ไร้อำนาจต่อรอง เวลาการทำงานไม่แน่นอน และทำงานเพื่อให้คนอื่นรวยและมีอำนาจมากขึ้น ชนชั้นนำก็พยายามทำให้คนในระบบเป็น Precariat มากขึ้น เพราะอำนาจต่อรองต่ำ ไม่มีการเรียกร้อง และถูกทำให้ปลอดการเมืองเพราะทำงานหนักส่งเสียงไม่ได้

 

โดยนิยามจากหนังสือชื่อ General Theory of the Precariat: Great Recession, Revolution, Reaction. โดย Alex Foti แบ่งแรงงานกลุ่มนี้ออกเป็น 4 กลุ่มได้แก่

  1. กลุ่มแรงงานสร้างสรรค์ (Creative Class) เช่น ศิลปิน, นักเขียนโค้ด, นักสร้างสรรค์, ดีไซน์เนอร์, และอื่น, ที่เป็นเด็กฝึกหัด ฝึกงาน หรือเป็นฟรีแลนซ์ไม่ก็ลูกจ้างชั่วคราว) คุณอาจจะต้องทำงานฟรีต้องรอรายได้จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ 

2. กลุ่มแรงงานกลุ่มใหม่ (New Working Class) (พนักงานรับจ้าง subcontracted เช่น แรงงานทักษะต่ำ หรือคนทำงานโกดัง, ทำงานขนส่ง, คนทำงานภาคการผลิตในโรงงานอุสหกรรม,แปรรูปอาหาร, คนงานก่อสร้าง

3.กลุ่มแรงงานรับจ้าง (Service Class) หรือแรงงานคอปกชมพู เช่น พนักงานเสริฟ, บาริสต้า, กระเป๋ารถเมล์, เคชเชียร์, แม่บ้าน, พนักงานฟาสฟูส, หรือกระทั้งคนทำงานพาสทามหรือชั่วคราว  อาจจะมีค่าจ้างชัดเจนแต่ต้องทำงานหนัก

4.กลุ่มคนไม่มีงาน (Unemployed Class) เช่น ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (NEETs) , ผู้ลี้ภัยและต่างด้าว

 

การขูดรีดในน้ำมือคน 1% 

เราอยู่ในยุคที่ 1% ถือครองทรัพยากรมากกว่าคนจำนวน 99% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นเพียงคอนเซ็ปต์แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงงสภาวะทางชนชั้นที่ชัดเจน โดยคน 1% ต้องการให้มีแรงงานเหล่านี้(แรงงานเสี่ยง)เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคนในจำนวน 1% ชื่นชอบแรงงานแบบดังกล่าว เนี่องด้วยแรงงานเสี่ยงในรูปแบบดังกล่าวนั้นไม่จำเป็นลงทุนมากแถมยังสามารถขูดรีดผ่านแพลตฟอล์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้ อีกทั้งแรงงานดังกล่าวนั่นยังขูดรีดตัวเอง (self-exploitation กล่าวคือต้องทำงานหนักตลอดต้องพัฒนาทักษะ (Reskill) ตัวเองตลอดเวลา) โดยคน 1 % นี้เองได้เรียกแรงงานกล่าวว่าเป็นหุ่นส่วนกันมากกว่าการเป็นแรงงาน นิยามคนทำงานในแบบดังกล่าวนี้เองทำให้คนใน 1 % นี้ไม่ต้องรับผิดชอบในตัวแรงงานทั้งสวัสดิการต่าง ๆ

 

ซึ่งการทำงานของแรงงานเสี่ยงนั้นส่งผลเสีย ทั้งความไม่เท่าเทียมทางเพศ ปัญหาสุขภาพจากเงื่อนไขการทำงาน สถานะทางสังคม การแสดงออกทางการเมือง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถรวมตัวกันเรียกร้องค่าแรงและสวัสดิการ

 

รัฐสวัสดิการที่ลดลงทำให้แรงงานในรูปแบบนี้เองเพิ่มมากขี้น 

 

เงื่อนไขการทำงานของแรงงานกลุ่มเสี่ยงปัญหาด้านสุขภาพ งานที่ไม่มั่นคงอาจจะนำไปสู่ความเครียดที่อาจจะเกิดขี้น ปัญหาเรื่องรายได้ของคนยุคใหม่คนที่ต้องทำงานหนักขี้น ซึ่งยุคใหม่จะต้องทำงานหลายอย่างเพื่อที่จะมีเงินมากพอเพื่อขยับฐานะทางชนชั้น ต่างจากในอดีตที่ผู้คนสามารถขยับฐานะทางชนชั้นได้ผ่านการทำงานแค่งานเดียว 

แรงงานเสี่ยง รวมหลากหลาย แรงงานภาคศิลปะที่ทำงานฟรีไม่มีรายได้เป็นปี แรงงานแพลตฟอร์ม

 


ความมั่นคงในชีวิตยุคสวัสดิการ

 

หากวัดที่ระดับสวัสดิการที่เป็นมิตรกับผู้คนเมื่อ 20 ปีก่อน เวลาผ่านไป สุขภาพ ชีวิตคนรุ่นใหม่ รวมถึงความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอย่างไร

ประเทศที่สวัสดิการดีกว่า ย่อมทำให้เราสุขภาพดีกว่า คนรุ่นใหม่วิ่งตามความฝันได้ดีกว่า และสามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์กับผู้คนที่สำคัญกับชีวิตเราได้ดีกว่า ลักษณะเหล่านี้ทำให้ การขยายตัวของแรงงานเสี่ยงน้อยลง หรือผู้คนมีอำนาจต่อรองต่อระบบทุนนิยมและชนชั้นนำได้ดีกว่า


ความสัมพันธ์ระหว่างสวัสดิการที่ดีกับเปอร์เซนต์คนที่ระบุว่ามีเพื่อนที่พึ่งพาได้ในวัยกลางคน สวัสดิการดีเรายิ่งรักษาคนสำคัญกับเราไว้ได้ สวัสดิการช่วยให้คนมีชีวิตี่ดีขั้นและยังช่วยสร้างให้คนทำงานได้ดีขี้นผ่านการให้สวัสดิการ แต่ ญี่ปุน นั้นเป็นกรณีพิเศษที่จะต้องมีการศึกษาต่อไป

สวัสดิการที่ดีกับความสัมพันธ์ระหว่าง การที่คนอายุ 15-24 ไม่มีงานหรือไม่ได้เรียนต่อ ถ้าเราเรามีสวัสดิการจะสามารถสร้างผมดีในการทำงานได้ ถ้าคุณอยู่ในประเทศที่มีรัฐสวัสดิการคุณมีเพื่อนคอยดูและดูได้จากในประเทศรัฐสวัสดิการ ถ้าคุณมีเวลามีสวัสดิการที่ดีคุณสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนที่ควยช่วยเหลือกันได้ในญี่ปุ่น เมื่อคุณโตคุณแทบจะต้องพึ่งพาตัวเอง

 

ข้อเสนอ

– สังคมที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องสังคมที่แข่งขันตลอดเวลา ไม่ต้องการความพิเศษเหนือใคร

– สิ่งพื้นฐานแรกๆที่ทุกสังคมต้องการคือการโอบอุ้มดูแล แม้รัฐสวัสดิการอาจถูกตั้งคำถามในหลายด้านแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรถูกตั้งคำถามคือ หลักการเบื้องต้นในความสัมพันธ์พื้นฐานที่ควรเป็นว่าเรายังต้องการสังคมที่โอบอุ้มกัน ไม่มีคำว่าเสมอภาคมากเกินไป


สรุปจาก

การนำเสนองานวิจัยหัวข้อ The Influence of Welfare Generosity on Preventing the Rise of the Precariat ในงาน Scientific Research Seminar -INVEST University of Turku Finland 2021 โดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *