Day: December 1, 2021

ประชาธิปไตยสังคมนิยม ของชีวิตง่าย ๆ สไตล์ “ฮุกกะ”

ฮุกกะ (Hygge) ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบเดนมาร์กกลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในนามของการออกแบบบ้านที่มอบความรู้สึกอบอุ่น สุขสบาย และผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย แต่ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจของความฮุกกะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่การกลิ่นหอมจากเทียนที่จุดเท่านั้น แต่เกิดขึ้นด้วย “ประชาธิปไตยสังคมนิยม (Social democracy)” ที่ทุนนิยมทั่วไปไม่สามารถให้ได้ . ในหนังสือเรื่อง The little book of Hygge: Danish Secret to Happy Living นักเขียน Meik Wiking เขียนไว้ว่า “ฮุกกะคือบรรยากาศและประสบการณ์ มากกว่าสิ่งของที่จับต้องได้ มันคือการได้อยู่กับคนที่เรารัก เป็นความรู้สึกเหมือน ‘บ้าน’ ความรู้สึกปลอดภัย กั้นออกจากโลกของความเป็นจริงและทำให้เราผ่อนคลายไร้กังวล” . คุณสามารถรู้สึกฮุกกะได้ทุกเวลา แต่สำหรับคนเดนนิชแล้วความรู้สึกนี้จะมาพร้อมกับเทศกาลคริสมาสต์อย่างขาดกันไม่ได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ ฮูกกะลี่ (hyggelig มีความสุขและอบอุ่น ) เมื่อถามคนเดนนิชว่าอะไรที่ฮุกกะที่สุดบ้าง พวกเขาจะตอบแบบเรียงความสำคัญว่า เครื่องดื่มอุ่นๆ เทียนไข เตาผิง วันคริสมาสต์ บอร์ดเกม เพลง วันหยุด ของหวานและเค้กการทำอาหาร และหนังสือ 7 ใน …

ประชาธิปไตยสังคมนิยม ของชีวิตง่าย ๆ สไตล์ “ฮุกกะ” Read More »

“ตัดท่อน้ำเลี้ยงรัฐประหาร สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าให้ประชาชน”

ไทยและเมียนมา รัฐประหารซ้ำๆ ด้วยเหตุผลร่วมกันคือการมีงบประมาณทหารมหาศาล และกระบวนการสืบทอดอำนาจที่เอาพวกนายพลมาใส่สูทและหลอกประชาชนเรื่องการเปลี่ยนผ่านโดยสันติ งบประมาณกระทรวงกลาโหมไทย 107,000 ล้านบาท/ปี ประมาณ 0.7% ของ GDP (ทั้งนี้ไม่รวมงบประมาณโดยอ้อมที่ไม่สังกัดกลาโหม) งบประมาณทหารของเมียนมาประมาณ 70,000 ล้านบาท/ปี 2.7%ของ GDP (หากเทียบแล้วเหมือน 500,000 ล้านบาท/ปี ในไทย) การตัดงบประมาณด้านความมั่นคงของชนชั้นนำมาสร้างรัฐสวัสดิการจึงต้องเกิดพร้อมๆกันกับการนำนักรัฐประหารเข้าคุก ไม่ใช่ชูคอในสภาและฟอกขาวแบบทั้งสองประเทศ เรามีพยาบาลวิชาชีพที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว เฉียดหมื่นตำแหน่ง ที่ทำงานต่ำกว่ากฎหมายแรงงาน พร้อมกันนั้นเรายังมีนายพลมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง ซึ่งมีเงินเดือนและสวัสดิการสูงกว่าพยาบาลจบใหม่นับ 10 เท่า”

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบไทย ๆ

ประเทศไทยจะเริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เมื่ออายุครบ 60 ปี โดยจะได้รับเงินต้อนรับวัยชราที่ 600 บาทต่อเดือน และได้จะรับเงินเพิ่ม 100 บาท ในทุก ๆ 10 ปี และถ้าใครที่สามารถใช้ชีวิตถึงอายุ 90 ปี รัฐจะเพิ่มเงินให้พิเศษเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน นั้นหมายความว่าคุณจะต้องใช้ชีวิตอีก 30 ปี เพื่อจะได้เงินจากรัฐเพิ่มขึ้นอีก 400 บาท กล่าวคือ 10 ปีแรกของวัยสูงอายุคุณจะได้เบี้ยยังชีพปีละ 7,200 บาท หรือมากที่สุดตอนอายุ 90 ปี คือ 12,000 บาทต่อปีเท่านั้น ในขณะที่ประเทศรัฐสวัสดิการ เช่น นอร์เวย์จะให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขั้นต่ำ 45,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่สวีเดนให้เบี้ยยังชีพสูงสุดอยู่ 130,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ผู้สูงอายุนำเงินเหล่านี้ไปใช้หาความสุขแก่ชีวิตหลังจากที่ได้ผ่านการเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ จากจำนวนเงินเมื่อนำไปเทียบกับเส้นความยากจน ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้สูงอายุของไทยได้รับนั้นน้อยกว่าเส้นความยากจนอยู่ที่ 4-5 เท่าตัว (จนของจนของจน) ได้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐไทยไม่ได้ดูแลเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ได้อย่างมี “คุณภาพชีวิตที่ดี” แต่มอบเงินเพียงคิดว่า “แค่ให้พออยู่ได้” …

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบไทย ๆ Read More »

ถ้าเรามีความรักในรัฐสวัสดิการ ความรักของเราจะมีหน้าตาเป็นยังไงนะ?

อาจจะกล่าวได้ว่าความรักเป็นเรื่องระหว่างของคู่รัก พ่อแม่ หรือคนรักกันไม่ว่าจะสถานะใด ๆ ก็ตาม แต่เรื่องของความรักก็ไม่ได้ถูกตัดขาดจากปัจจัยทางสังคมเสียทีเดียว อีกทั้งโครงสร้างสังคมกลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการกำหนดหน้าตาของความรักของคนในสังคมหนึ่ง ๆ อีกด้วย ในสังคมที่ไร้ความอบอุ่น ความรักก็จะเป็นเครื่องมือสร้างความอบอุ่น ในสังคมที่ผู้คนไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความรักจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหาความมั่นคงให้ชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การรักใครสักคนจะต้องพิจารณาถึงการศึกษา ชาติตระกูล หรือในสังคมที่ไร้สวัสดิการผู้สูงอายุที่ดี พ่อแม่ จะส่งลูกเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุด กวดขัน สร้างความกดดันเพื่อให้ลูกมีอนาคตที่ดี เพราะวันหนึ่งเมื่อวัยชรามาถึง ลูกหลานจะได้ตอบแทนความรักที่มอบไป ด้วยการดูแลพวกเขาในช่วงบั้นปลายของชีวิต อาจกล่าวได้ว่าความรักคือการลงทุน เมื่อให้ใครไปแล้วจะต้องได้รับผลตอบแทนกลับมาที่คุ้มค่า ในขณะที่ในรัฐสวัสดิการ สังคมที่มีความปลอดภัยในชีวิตสูงจากการดูแลของรัฐ สังคมที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาก็จะไม่ถูกมองว่าภาระของครอบครัวที่เพิ่มขึ้น สังคมที่เด็กทุกคนสามารถเรียนฟรีได้อย่างมีคุณภาพในระดับที่เท่าเทียมกัน สังคมที่เมื่อคน ๆ หนึ่งตกงาน มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร สังคมที่ผู้สูงอายุมีเงินบำนาญเพียงพอที่จะใช้ชีวิตในวัยชราอย่างมีคุณภาพ สังคมที่มีความเลื่อมล้ำน้อยที่สุด ในสังคมแบบนี้การที่คุณจะรักใครสักคน คุณจะไม่ต้องคำนึงถึงเรื่อง การศึกษา ฐานะ ชาติตระกูล แต่ “ความรักใช้หัวใจเป็นหลัก ใช้หัวใจมากขึ้น เลือกคนที่เข้ากับคุณได้มากสุด อยู่ด้วยแล้วดีต่อใจที่สุด เป็นความรักที่บริสุทธิ์มากขึ้น” เพราะคุณไม่ได้มองหรือหวังว่ารักที่คุณมอบไปให้คนรักของคุณมันต้องสร้างผลกำไรหรือผลตอบแทนอะไรให้คุณ เพราะรัฐได้ทำหน้าที่ดังกล่าวให้แล้ว เมื่อความรักที่มีให้กันได้มาถึงจุดอิ่มตัว การเลิกลา หย่าร้างกัน มันไม่ได้หมายความถึงความล้มเหลวทางเศรษฐกิจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นสังคมมีความเท่าเทียมสูงในทุก …

ถ้าเรามีความรักในรัฐสวัสดิการ ความรักของเราจะมีหน้าตาเป็นยังไงนะ? Read More »

ประเทศรัฐสวัสดิการไม่เพียงแต่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ต่ำ หากว่ายังลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศได้อีกด้วย

จากการสำรวจและเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มประเทศ OECD กับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เกี่ยวกับ“ช่องว่างระหว่างเพศของการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ในช่วงอายุ 15-64 ปี ” ปรากฏว่ากลุ่มประเทศนอร์ดิกซึ่งเป็นประเทศรัฐสวัสดิการมีอัตราช่องว่าอยู่ที่ 3.0 – 6.3 ถือว่ามีช่องว่าของการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานระหว่างเพศที่ต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศ OECD ซึ่งมีอัตราช่องว่างอยู่7.6 – 20.0จากการสำรวจดังกล่าวประเทศนอร์ดิก ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศรัฐสวัสดิการ ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีการจัดการช่องว่างระหว่างเพศของการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานอยู่ในระดับที่ดีทั้งหมด ในขณะที่กลุ่มประเทศ OECD มีเพียงสองประเทศเท่านั้นที่จัดอยู่ในระดับเดียวกันคือ แคนดา และฝรั่งเศษ โดยที่ทั้งสองประเทศก็เป็นประเทศที่ได้จัดให้มีระบบสวัสดิการที่ดี ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าการที่มีระบบสวัสดิการที่ดี ระบบสวัสดิการที่ถ้วนหน้า จะไม่ทำผู้คนถูกกำหนดโดยลักษณะที่ติดตัวมาโดยกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ ภาษา สีผิว หน้าตา หรือแม่กระทั้งการมี“มดลูก” ในขณะเดียวกันผลสำรวจก็ได้ชี้ให้เห็นว่า ช่องว่างระหว่างเพศในการจ้างงานในช่วงอายุ 15-64, ช่องว่างระหว่างเพศในการจ้างงานของคนที่มีการศึกษาต่ำและสูง, เวลาการทำงาน, ช่องว่างรายได้ กลุ่มประเทศนอร์ดิกและประเทศรัฐสวัสดิการก็มีระบบการจัดการอยู่ในระดับที่ดีเช่นกัน . ขอบคุณข้อมูลจาก 2018, Is the last Mile the Longest? Economic gains from gender equality …

ประเทศรัฐสวัสดิการไม่เพียงแต่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ต่ำ หากว่ายังลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเพศได้อีกด้วย Read More »

ราคาของตั๋วช้าง

นั่งลงไอ้นัก… ประชาชนจะพูด!! ในช่วงเวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ตั๋วช้าง” ตั๋วที่มีมูลค่าสูงกว่าตั๋วคอนเสิรต์ Adele, Bruce Springsteen หรือ Justin Bieber การซื้อตั๋วคอนเสิรต์เหล่านี้อาจจะใช้ตังและความไวในการซื้อ แล้วตั๋วช้างล่ะ เขาใช้อะไรซื้อมันกันนะ? เราจะพาไปทำความรู้จักกับสโลแกนหนึ่งที่ว่า “สายโลหิต ศิษย์ข้างเคียง เสบียงหลังบ้าน กราบกรานสอพลอ ล่อไข่แดง แกร่งวิชา ถลามาเอง” ถือเป็นสโลแกนที่คนอยากก้าวหน้าในระบบราชการไทยต้องท่องไว้ เหมือนเป็นสูตรลัดสู่ความสำเร็จในชีวิต • สายโลหิต คือ มีความสัมพันธ์กันทางสายโลหิตโดยตรงกับผู้บังคับบัญชา/ผู้มีอำนาจ • ศิษย์ข้างเคียง คือ เรียนหนังสือมาด้วยกัน เป็นเพื่อนร่วมห้อง ร่วมรุ่น • เสบียงหลังบ้าน คือ มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือเอื้อผลประโยชน์ให้มีผู้อำนาจ • กราบกรานสอพลอ คือ ประจบประแจง “ถูกครับท่าน ใช่ครับนาย” • ล่อไข่แดง คือ การเอาตัวเข้าแลก หรือการให้ลูกหลานแต่งงานกัน สิ่งเหล่านี้คือราคาที่ต้องจ่ายหรือสิ่งที่ต้องมีเพื่อจะได้มาซึ่ง “ตั๋วช้าง” เราเรียกสิ่งนี้รวมกันคือ ลักษณะกระบวนการอุปถัมภ์ ที่ …

ราคาของตั๋วช้าง Read More »

ประเทศไทย ชีวิตดี ๆ ที่ลง… ถนน

ในวันทำงานกลางสัปดาห์ของต้นฤดูร้อน เช้าของการเดินทางมาทำงาน เมื่อมองไปยังท้องถนนที่มีแต่ความซิวิไลซ์ ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า รถไฟที่ลอยได้ เมืองที่เป็นศูนย์กลางของแทบทุกสรรพสิ่งในประเทศ แต่ถนนที่ควรจะเป็นที่พึ่งสำหรับการเดินทางในช่วงเวลาเร่งรีบนี้ กลับไม่เป็นไปอย่างใจหวัง ถนนที่เหมือนจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง เพราะไม่ว่าใคร ๆ ก็ต่างต้องใช้พื้นที่นี้ในการเดินทางกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรถโดยสารสาธารณะ รถยนตร์ส่วนตัว รถจักรยานยนตร์ รถจักรยาน แต่ถนนที่ควรจะเป็นพื้นที่สำหรับการเดินรถ กลับต้องทำหน้าที่ที่มากกว่านั้น ในประเทศที่มีการจัดการบริหารผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตประชาชน มักจะทำเลนส์ถนนสำหรับรถจักรยาน เพื่อให้ผู้ที่ใช้พาหนะดังกล่าว สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก และปลอดภัย แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ผู้คนที่ต้องการเดินทางสัญจรโดยการใช้รถจักรยาน กลับต้องเสี่ยงชีวิตตัวเองไปกับท้องถนนที่เต็มไปด้วยพาหนะโดยสารอื่นๆ อีกมากมาย รถปั่นคันเล็กที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการเดินทางบนถนนใหญ่ กลับต้องฝ่าภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการสัญจรในมหานครกรุงเทพนี้ เมื่อต้นปี 2557 ถนนของประเทศไทยก็ได้สร้างชื่อเสียงไกลไปทั่วโลก เมื่อนักปั่นจักรยานรอบโลก นายฮวน ฟรานซิสโก ที่กำลังอยู่ระหว่างการทำสถิติใหม่กินเนส เวิลด์เรคคอร์ด ปั่นจักรยาน 5 ทวีป ภายใน 5 ปี ระยะทาง 250,000 กิโลเมตร ในช่วงเดือน พ.ย. 2010 – พ.ย. 2015 กลับต้องมาสังเวยชีวิต …

ประเทศไทย ชีวิตดี ๆ ที่ลง… ถนน Read More »

“เมื่อการกระทำของบุคคลถูกมองว่าเป็นพลพวงจากโครงสร้างสังคม การปฏิบัติต่อนักโทษจึงแตกต่างกัน”

หากจะบอกได้ว่าประเทศใดให้ความสำคัญประชาชนพลเมืองมากเท่าไร คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีระดับใด หรือผู้คนในประเทศนั้น ๆ มีหลักประกันในสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการดำเนินชีวิตมากเพียงไหน คงไม่อาจอาศัยเพียงมาตรวัดจากความอยู่ดีกินดีของชนชั้นนำชนชั้นปกครองของประเทศนั้นได้ หากแต่ให้ลองชี้ชวนกันดูว่าคนที่ต้องเผชิญความยากลำบากหรือคนระดับล่างสุดในประเทศนั้นมีคุณภาพชีวิตอย่างไร “คนคุก” อาจเป็นคำที่ให้ความรู้สึกรุนแรงในบริบทการรับรู้ของคนไทย การตีตราที่ผูกติดกับทัศนะพื้นฐานของการแก้แค้นเอาคืนอย่างสาสมกับโทษานุโทษ ซึ่งก็คงปฏิเสธได้ยากหากจะบอกว่าคนที่ถูกจองจำนี้เองก็เป็นคนที่ต้องเผชิญการกักขังลงโทษและจัดให้เป็นคนระดับล่างสุดตามแบบฉบับเมืองไทยเมืองศีลธรรม และยังไม่สามารถก้าวล้ำไปสู่หลักคิดเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรม การแก้ไขปัญหาจิตใจระดับบุคคล หรือปัญหาที่เป็นผลมาจากโครงสร้างทางสังคมที่บิดเบี้ยวได้ ในขณะที่ “คุก” ในประเทศที่ร่ำรวยด้วยคุณภาพชีวิตผ่านการมีรัฐสวัสดิการอย่างกลุ่มประเทศนอร์ดิก อาจเปลี่ยนความเข้าใจของคำว่าคุกในความคุ้นเคยของเราทั้งหลายไปได้มากทีเดียว เมื่อหลักการพื้นฐานของการจองจำไม่ได้มีไว้เพื่อการลงทัณฑ์ทรมานหรือผลิตซ้ำความเจ็บปวดแก่เพื่อนมนุษย์ที่อาจกระทำความผิดด้วยเหตุนาประการ หากแต่ตั้งอยู่บนฐานของความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกและสามารถมองเห็นปัญหาที่แท้จริงว่าการกระทำนั้นเป็นผลพวงมาจากสังคม จึงนำไปสู่ระบบการคุมขังที่มีไว้เพื่อบำบัดฟื้นฟูคืนความเป็นมนุษย์แก่ชาวนอร์ดิก ทั้งที่ในอดีตเรือนจำในกลุ่มประเทศเหล่านี้ล้วนไม่ต่างจากประเทศของเราเลย การปรับเปลี่ยนแก้ไขพฤติกรรมของนักโทษเพื่อให้เป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” ของสังคมแทน พร้อมปรับเปลี่ยนจากผู้คุมที่มีหน้าที่ลงโทษเป็น “ผู้ดูแล” ซึ่งเป็นทั้งผู้ให้คำปรึกษาชี้แนะและแบบอย่างที่ดี ส่งผลให้ให้จำนวนผู้กระทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษในระยะเวลา 2 ปี ของกลุ่มประเทศนอร์ดิก ลดงลงเหลือเพียง 20 % เท่านั้น ส่วนผู้กระทำผิดลดเหลือเพียง 25 % จากกว่า 70 % ซึ่งต่ำสุดในกลุ่มประเทศยุโรป นอกจากนี้ คุณภาพภายในคุกของประเทศกลุ่มนอร์ดิก ยังแวดล้อมไปด้วยสวัสดิการที่มีทั้ง ห้องส่วนตัว สนามกีฬา ห้องซ้อมดนตรี สตูดิโอ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รวมถึงการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดความตึงเครียดของผู้ต้องขัง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการลงโทษอาชญากรของกลุ่มประเทศนอร์ดิกนั้นเพียงแค่ต้องการจำกัดเสรีภาพบางประการเท่านั้น แต่สิทธิอื่น …

“เมื่อการกระทำของบุคคลถูกมองว่าเป็นพลพวงจากโครงสร้างสังคม การปฏิบัติต่อนักโทษจึงแตกต่างกัน” Read More »

เมื่อความเสียสละของครู ถูกทำให้เป็นเรื่องโรเเมนติก เพื่อปกปิดโครงสร้างสังคมที่บิดเบี้ยวและปัญหาการจัดการการศึกษาของไทย

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาชื่นชมครูท่านหนึ่งผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มอบความรัก ความปรารถนาดี ให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และอุปกรณ์ในการเรียน ด้วยการเก็บหอมรอมริบเงินเดือนครู เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ปิดท้ายสเตตัสด้วยการนำเสนอมุมมองของตนต่อเรื่องนี้ว่า “นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่เกิดในวงการการศึกษาไทยอีกเรื่องราวหนึ่งค่ะ” ดูเป็นการย้อนแย้งที่ชวนสงสัยว่า เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาไปทำไม ถ้าเรือจ้างต้องนำค่าจ้างจากการพายเรือมาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่รัฐสมควรจัดหาโรงเรียนให้โดยทั่วถึง และยังถูกมองว่าเป็นการเสียสละที่น่าชื่นชม ทั้ง ๆ ที่หน้าที่นี้ไม่ต้องการ ครูผู้เป็นฮีโร่ที่มาขจัดความเหลื่อมล้ำ แต่รัฐกำลังนิ่งเฉยต่อหน้าที่ของตน และสั่งให้เรือจ้างทั่วประเทศพายเรือต่อไปอย่างไร้ทิศทางและมีความสุขบนความเสียสละของตนเอง สาเหตุหลักที่ครูส่วนใหญ่ต้องกลายเป็นผู้เสียสละมาจากโครงสร้างการศึกษาไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูง รายงานล่าสุดของ Credit Suisse ระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่เท่าเทียมกันมากที่สุดในโลกโดยมีประชากรเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของความมั่งคั่ง 66.9 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ซึ่งความไม่เท่าเทียมนี้ รวมไปถึงโอกาสในการศึกษาของเด็กและเยาวชนในประเทศด้วย โดยข้อมูลทางสถิติ จาก กศส. หรือ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา เปิดเผยตัวเลขที่สำรวจในปี 2563 ว่า ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนและนักเรียนด้อยโอกาสประมาณ 2.1 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 29.9% จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด ทั้งยังมีเด็ก เยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา (อายุ 6-14 ปี) จำนวนมากถึง 430,000 …

เมื่อความเสียสละของครู ถูกทำให้เป็นเรื่องโรเเมนติก เพื่อปกปิดโครงสร้างสังคมที่บิดเบี้ยวและปัญหาการจัดการการศึกษาของไทย Read More »