เมื่อความเสียสละของครู ถูกทำให้เป็นเรื่องโรเเมนติก เพื่อปกปิดโครงสร้างสังคมที่บิดเบี้ยวและปัญหาการจัดการการศึกษาของไทย

เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาชื่นชมครูท่านหนึ่งผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มอบความรัก ความปรารถนาดี ให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และอุปกรณ์ในการเรียน ด้วยการเก็บหอมรอมริบเงินเดือนครู เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับใช้เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ปิดท้ายสเตตัสด้วยการนำเสนอมุมมองของตนต่อเรื่องนี้ว่า “นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่เกิดในวงการการศึกษาไทยอีกเรื่องราวหนึ่งค่ะ” ดูเป็นการย้อนแย้งที่ชวนสงสัยว่า เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาไปทำไม ถ้าเรือจ้างต้องนำค่าจ้างจากการพายเรือมาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ที่รัฐสมควรจัดหาโรงเรียนให้โดยทั่วถึง และยังถูกมองว่าเป็นการเสียสละที่น่าชื่นชม ทั้ง ๆ ที่หน้าที่นี้ไม่ต้องการ ครูผู้เป็นฮีโร่ที่มาขจัดความเหลื่อมล้ำ แต่รัฐกำลังนิ่งเฉยต่อหน้าที่ของตน และสั่งให้เรือจ้างทั่วประเทศพายเรือต่อไปอย่างไร้ทิศทางและมีความสุขบนความเสียสละของตนเอง

สาเหตุหลักที่ครูส่วนใหญ่ต้องกลายเป็นผู้เสียสละมาจากโครงสร้างการศึกษาไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูง รายงานล่าสุดของ Credit Suisse ระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่เท่าเทียมกันมากที่สุดในโลกโดยมีประชากรเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของความมั่งคั่ง 66.9 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ซึ่งความไม่เท่าเทียมนี้ รวมไปถึงโอกาสในการศึกษาของเด็กและเยาวชนในประเทศด้วย โดยข้อมูลทางสถิติ จาก กศส. หรือ กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา เปิดเผยตัวเลขที่สำรวจในปี 2563 ว่า ประเทศไทยมีนักเรียนยากจนและนักเรียนด้อยโอกาสประมาณ 2.1 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 29.9% จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด ทั้งยังมีเด็ก เยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา (อายุ 6-14 ปี) จำนวนมากถึง 430,000 คน ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 นี้ยิ่งทำให้จำนวนนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นกว่า 300,000 คน ในการเรียนออนไลน์ที่รัฐมุ่งหมายให้แก้ปัญหาในการศึกษา ทำให้มีนักเรียนเสี่ยงหลุดออกนอกระบบมากยิ่งขึ้นเพราะขาดแคลนอุปกรณ์เทคโนโลยี อาทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถใช้ได้ฟรีทั่วประเทศ จนปรากฏภาพนักเรียนที่นั่งกางร่มตากแดดเรียนออนไลน์เพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงตัวบ้าน ให้ผู้คนออกมาชื่นชมถึงความตั้งใจ มุ่งมั่นพยายาม ซาบซึ้งบนหลุมดำแห่งความเหลื่อมล้ำนี้และปล่อยให้รัฐเจ้าของปัญหาที่แท้จริงลอยนวล

แม้กระทั่งข้อถกเถียงเรื่องชุดนักเรียนกับชุดไปรเวท ที่สังคมมุ่งเป้าโจมตีนักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ว่า การใส่ชุดไปรเวททำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นักเรียนจะแข่งกันแต่งตัวมาเรียน จนทำให้หลงลืมไปว่า ในสังคมที่สถานศึกษากำหนดให้นักเรียนต้องสวมเครื่องแบบถูกต้องตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ต้องปักชื่อตัวอักษรสีแดง สีน้ำเงิน ถุงเท้าต้องยาว กางเกงต้องสีน้ำตาล เข็มขัดต้องสวม หากนักเรียนขาดคุณสมบัติเหล่านี้ก็อาจถูกลงโทษ หรือ ในบางรายต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพียงเพราะไม่มีเงินซื้อเครื่องแบบ กล่องบริจาคเสื้อนักเรียนเก่าหรือระดมทุนของมูลนิธิต่างๆ ถูกตั้งให้พบเห็นโดยทั่วไป เราคงต้องตั้งคถามต่อไปว่า รัฐควรทำอย่างไรเมื่อออกคำสั่งให้นักเรียนสวมเครื่องแบบ รัฐจำเป็นต้องรับผิดชอบในการสนับสนุนค่าเครื่องแบบหรือไม่ จำนวนเงินที่สนับสนุนมาเพียงพอจริงหรือ รวมไปถึงนโยบายเรียนฟรี 15 ปีนั้นควบคุมค่าใช้จ่ายเรื่องใดบ้าง รัฐเคยลงสำรวจค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ทางโรงเรียนเรียกเก็บจากนักเรียนหรือไม่
ย้อนมาพูดถึงหน้าที่ของครู หลังจากมีกระแสข่าวโรงเรียนหนึ่ง ประกาศรับสมัครครูด้วยอัตราเงินเดือน 5,000 บาท สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยในโรงเรียนขนาดเล็ก ปัญหาสำคัญคือ โรงเรียนขนาดขาดแคลนครู เพราะเกณฑ์ที่ สพฐ. ใช้กำหนดสัดส่วนครูต่อจำนวนนักเรียน โรงเรียนขนาดเล็กยังได้งบประมาณน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ เพราะรัฐให้งบโดยคิดจากรายหัวนักเรียน เราจึงเห็นสภาวะการจ้างครูในอัตราเงินเดือนที่ต่ำ เพราะต้องบริหารงบไปจัดการวัสดุอุปกรณ์ในโรงเรียน ทันทีที่เป็นกระแสสังคม สิ่งที่รัฐควรทำคือการจัดสรรครูให้เพียงพอในแต่ละโรงเรียน และเพิ่มงบประมาณในการจัดจ้างครู เข้าไปดูแลโรงเรียนขนาดเล็กและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่โรงเรียนทำคือ การลบประกาศนั้นเสีย เช่นนี้แล้วภาวะนิ่งเฉยของรัฐจะคงถูกปกปิดต่อไป

ครูเป็นเรือจ้าง วาทกรรมนี้อยู่ยาวคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน เรือจ้าง ย่อมต้องได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เหมาะสม แต่กระแสไม้พายทางการศึกษาที่รัฐหยิบยื่นให้กระท่อนกระแท่น และภาระงานที่เรือจ้างต้องแบกรับเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายใหม่ ๆ ที่กระทรวงขยันผลิตเพื่อวัดและประเมินผลครู จนภาระทางเอกสารมากกว่าภาระในการสอน เช่นนี้แล้วเรือจ้างอาจส่งผู้โดยสารไปถึงฝั่งอย่างทุลักทุเล หรือผู้โดยสารบางคนอาจตัดสินใจกระโดดลงจากเรือจ้างจมกระแสน้ำแห่งความเหลื่อมล้ำ ไม่ช้าไม่นานเรือจ้างอาจไร้คนพายที่มีคุณภาพ เพราะหน้าที่ความเสียสละที่ต้องแบกไว้จนเต็มลำเรือ

.

อ้างอิง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.). (2563).ภาพรวมสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2564. จาก https://www.eef.or.th/infographic-15-10-20/.
Skylar Lindsay. (2019). Thailand’s wealth inequality is the highest in the world: What will this mean for the upcoming elections. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2564. จาก https://www.aseantoday.com/.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *