มายาคติล้างหนี้ กยศ.

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา #ล้างหนี้กยศ กลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อSocial Media ทั้งใน Facebook และ Twitterโดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยออกมาแสดงความคิดเห็นของตนเองกันอย่างมากมาย ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในสื่อ Social mediaค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย คนกลุ่มนี้มองว่าเลือกที่จะกู้เองก็ต้องใช้หนี้ตามนั้นหรือมองว่าไม่เป็นธรรมกับคนที่กู้และชดใช้หนี้ไปแล้วทั้งนี้ในบทความนี้จะเสนอข้อโต้แย้งประเด็นที่ผู้คนไม่เห็นด้วย ดังต่อไปนี้

 

ถ้าเกิดว่า ล้างหนี้กยศ ก็จะไม่เป็นธรรมกับคนที่ได้กู้และใช้คืนอย่างมีวินัยมาก่อนหน้าคำกล่าวนี้ ไม่เป็นความจริง เพราะจากที่สำรวจ ก็จะพบว่าผู้ที่ใช้หนี้กยศจนครบ หรือใช้อยู่ใกล้จะครบ ส่วนมากก็จะรับรู้ถึงปัญหาและข้อกดดันจากการเป็นหนี้สินพวกเขาส่วนมากไม่มีปัญหาหากจะมีการล้างหนี้แม้พวกเขาจะไม่ได้ประโยชน์เต็มที่อย่างสมบูรณ์ หรือ ถ้าเรากังวลว่านโยบายหนึ่งที่สร้างผลดีให้แก่คนส่วนใหญ่จะไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เคยได้รับผลกระทบเมื่อไม่มีนโยบายนี้ในอดีตหากเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะเลิกทาสได้ ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำได้หรือสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้เพราะเราย่อมไม่สามารถล้างผลเสียของความเลวร้ายในอดีตได้เพียงแต่ต้องเดินหน้าไปข้างหน้าเท่านั้น

 

การล้างหนี้กยศ เป็นการส่งเสริม ให้ไม่มีวินัยและไม่มีความรับผิดชอบแท้จริงแล้วประเทศนี้มีการล้างหนี้บ่อยครั้ง มีการยกหนี้บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ เมื่อเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจก็จะมีมาตรการต่างๆของรัฐ หรือการผิดสัญญากับรัฐรัฐก็สามารถที่จะโอนอ่อนผ่อนตามให้รวมถึงมีสิทธิประโยชน์ให้มากมาย

แต่หนี้กยศนี้ ผู้ที่เข้าถึงส่วนมากคือกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย และพวกเขาก็ทำงานอย่างหนัก เสียต้นทุนในชีวิตอย่างมากเพื่อที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับสูง ดังนั้นการล้างหนี้กยศ.จะเป็นการส่งเสริมให้ผู้คน สามารถที่จะเริ่มต้นชีวิตได้อย่างสมศักดิ์ศรีมีเวลาในการพัฒนาตัวเองพักผ่อน และทำงานได้อย่างเต็มที่ การยกเลิกหนี้

กยศ นี้จึงไม่ใช่ เป็นเพียงแค่ เรื่องของคน ผิดสัญญาแต่คือการคืนสิทธิพื้นฐาน ในฐานะมนุษย์ ของทุกคนด้วย

 

ถ้าเกิดล้างหนี้ กยศ. เป็นภาระของประเทศจำนวนมหาศาลปัจจุบันหนี้ กยศ.ทั้งระบบมีประมาณ 3 แสนล้าน จากผู้กู้ 5 ล้านคนการล้างหนี้ กยศ. ใช้งบประมาณเพียง ปีละ 30,000 ล้านบาท ใน 10 ปี และเฉลี่ยคนละ 900 บาท ต่อเดือนเท่านั้นจึงไม่ได้ถือว่าเป็นภาระงบประมาณประเทศเท่าใดนัก

 

 

ไม่มีประเทศไหนทำกันยกกรณี สหรัฐอเมริกาประเทศที่พัฒนาแล้วและถือเป็นประเทศผู้นำด้านทุนนิยมอันดับต้นๆ ของโลกอย่างประเทศ สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งจะมีการยกเลิกหนี้การศึกษาให้กับประชากร 43 ล้านคนโดยคิดเป็นงบประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคนจำนวน 1 ใน 5เป็นหนี้โดยเฉลี่ยไม่ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนลูกหนี้เหล่านี้ 1 ใน3 เป็นหนี้โดยที่ไม่มีวุฒิการศึกษา ประธานาธิบดี โจ ไบเดนกล่าวว่าแผนการนี้จำทำให้ชาวอเมริกันที่เป็นชนชั้นแรงงานและครอบครัวชนชั้นกลาง “มีช่องว่างให้หายใจ” มากยิ่งขึ้นจากกรณีนี้แสดงให้เห็นว่าขนาดประเทศที่ไม่ได้เป็นกลุ่มรัฐสวัสดิการ

 

และยึดถือแนวคิดแบบเสรีนิยมแบบสุดโต่งอย่างอเมริกากลับเริ่มหันมาสนใจแก้ไขสวัสดิการด้านการศึกษาบ้างแล้ว

ประเทศไทยมีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลก่อนอเมริกา อย่าง “30บาทรักษาทุกโรค” ด้วยซ้ำแล้วทำไมเรื่องการศึกษาประเทศไทยจะทำนำร่องก่อนอเมริกาไม่ได้?

 

ควรยกเลิก แค่ดอกเบี้ย คนค้ำ และเบี้ยปรับเราสมควรได้มากกว่านี้ไม่ควรมีใครต้องเป็นหนี้ เพราะต้องการจะเรียนต่อการยกเลิกเบี้ยปรับ ดอกเบี้ย หรือคนค้ำไม่ได้ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากหนี้

เราสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้เพราะภาษีส่วนใหญ่ในประเทศนี้ถูกเก็บมาจากชนชั้นกลางและชนชั้นล่างแต่สิ่งที่ทั้ง 2 ชนชั้นได้รับกลับมาไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไรนักทั้งที่การศึกษาเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยให้ 2

ชนชั้นนี้ขยับชนชั้นและรายได้ขึ้นมาได้ การมีหนี้การศึกษาเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งทั้ง 2 ชนชั้นให้ขยับรายได้และชนชั้นขึ้นมา

 

ถ้าไม่มี กยศ. คนจะไม่มีโอกาสเรียนหนังสือต้องไปไกลกว่าการกู้ การศึกษาไม่ควรเริ่มด้วยการเป็นหนี้

การศึกษาไม่ควรเริ่มต้นด้วยการเป็นหนี้จึงมีการผลักดันข้อเสนอเรียนฟรีมีเงินเดือน ควบคู่ไปกับข้อเสนอล้างหนี้กยศ. เพื่อให้มีสิ่งที่ดีกว่า กยศ.มาสนับสนุนประชาชนทุกคนให้มีสิทธิในการเรียนหนังสือได้อย่างเท่าเทียม

 

กันทุกชนชั้น โดยที่ไม่ต้องมาแบกภาระหนี้ตั้งแต่เพิ่งเริ่มเรียนหรือถ้าเรียนแล้วรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตนเองหรือมีเหตุให้เรียนไม่จบก็ไม่ต้องมาแบกภาระหนี้ทั้งที่ตนเองเรียนไม่จบเพื่อให้บัณฑิตจบใหม่เริ่มจาก 0 ไม่ได้เริ่มจากติดลบเหมือนตอนมีหนี้ กยศ.

 

คนเรียกร้องให้ล้างหนี้คือ คนโกงใครคือคนโกงกันแน่ ความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างผู้ที่เห็นด้วยกับการล้างหนี้  กยศ. ไม่ได้มีแค่คนที่ติดหนี้ กยศ.อยู่ปัจจุบันเท่านั้น แต่มีทั้งคนที่ชำระหนี้ครบแล้วและชนชั้นกลางที่ครอบครัวพอมีกำลังสนับสนุนให้ได้เรียนหนังสือสนับสนุน

 

ข้อเสนอนี้ด้วยในสังคมไทยการที่จะได้รับการศึกษาที่ดีต้องครอบครัวจะต้องมีเงินส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียง

มีเงินส่งลูกเรียนพิเศษเพื่อให้เข้ามหาวิทยาลัยดังได้ฉะนั้นการจะได้รับการศึกษาที่ดีจึงแทบจะเป็นการผูกขาดของคนมีเงินเท่านั้น ชนชั้นกลางบน-สูงที่มีเงินจึงเป็นผู้ครอบครองการศึกษาที่ดีในประเทศนี้เป็นผู้ที่โกงอย่างแท้จริง นี่คือความไม่ป็นธรรมเชิงโครงสร้างในประเทศนี้กลุ่มชนชั้นกลางบน-สูง เริ่มจาก 1-2 หลังเรียนจบ ในขณะที่ผู้ที่มีหนี้ กยศ. เริ่มจากติดลบหลังเรียนจบ ฉะนั้นการที่มีข้อเสนอล้างหนี้ กยศ.จึงเป็นการลดกำแพงความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างลงจากติดลบเป็นเริ่มจ